Office Syndrome

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า Office syndrome กันมาบ้าง ซึ่งบางท่านก็อาจสับสนกับคำว่าโรค CTD และ MPS ซึ่งโรคดังกล่าวนี้อยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากๆ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับกลุ่มโรค Office syndrome, CTD และ MPS กันว่าแตกต่างกันอย่างไร

Office syndrome เป็นชื่อกลุ่มอาการเจ็บป่วยต่อหลายระบบในร่างกายที่เกิดขึ้นกับคนทำงาน office โรคนี้ถือเป็นเพียงหนึ่งโรคที่เกิดจากการทำงาน(มาก) กลุ่มอาการดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อระบบกล้ามเนื้อกระดูกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบการมองเห็นที่เกิดกระจกตาเสื่อมสภาพได้ ระบบปัสสาวะที่เกิดภาวะปัสสาวะคั่งทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ ระบบขับถ่ายที่เกิดภาวะท้องผูก กรดไหลย้อนได้ รวมไปถึงระบบจิตใต้สำนึกที่เกิดภาวะเครียดได้

ในขณะที่คำว่าโรค CTD ย่อมาจาก Cumulative Trauma Disorder คำนี้จะหมายถึงการเจ็บป่วยจากท่าทางการทำงานที่ผิด แล้วก่อให้เกิดการบาดเจ็บซ้ำๆจนก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆตามมา เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน เส้นประสาทส่วนปลายโดนกดทับ หรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

ส่วนคำย่อว่า โรค MPS ย่อมาจาก Myofacial pain syndrome คำๆนี้ถือเป็นคำวินิจฉัยโรคที่แพทย์ใช้สื่อสารกัน โดยโรค Myofacial pain syndrome คือการอักเสบของเส้นใยกล้ามเนื้อจนทำให้เกิดพังพืดแข็งตัวเป็นก้อนจนทำให้เกิดกลุ่มอาการปวดชาร้าวไปที่ต่างๆได้ MPS เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ยังทำงาน เกิดได้กับงานทุกประเภทแต่สามารถป้องกันและรักษาได้

หากให้สรุปภาพใหญ่ของโรคดังกล่าวมาทั้งหมดจะได้ดัง แผนภาพที่ 1

Office syndrome diagram.002
แผนภาพที่ 1 กลุ่มโรคที่เกิดจากการทำงาน Occupational Disease

โรค Office syndrome เกิดขึ้นมากในคนไทยยุคปัจจุบันที่ทำงานอยู่ในออฟฟิศ โดยท่าทางการทำงานมักอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยขยับร่างกายมาก สายตาเพิ่งเล็งไปที่คอมพิวเตอร์ หรือเอกสารที่ทำ ต้นคออยู่นิ่งในท่าก้มเล็กน้อยเนื่องจากกำลังคร่ำเครียดจดจ่อกับการทำงาน หลังค่อมตามต้นคอที่ก้มลง แขนสองข้างเกร็งตัวคอยเตรียมพิมพ์ หรือเขียนเอกสาร บางคนซ้ำร้ายนั่งไข่วห้างเพิ่มการกดทับเส้นประสาทที่ขา และอยู่นิ่งๆในท่าดังกล่าวเป็นเวลานาน ปวดหนักปวดเบาก็ไม่ไปไหนเนื่องจากมัวจดจ่อกับงาน(บางคนก็ติด social media)อยู่

ลักษณะดังที่กล่าวมาจะส่งผลให้ กล้ามเนื้อต้นคอส่วนหลัง กล้ามเนื้อแผ่นหลังเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลาจนเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ หากเป็นน้อยๆจะทำให้มีอาการเมื่อยล้าตึงหลังและต้นคอ แต่หากปล่อยปละละเลยจนเป็นมากจะก่อนให้เกิดอาการปวดต้นคอและปวดหลังได้ ท่านที่เคยประสบมาแล้วคงพอเข้าใจว่ามันทรมานเพียงใด ชาวบ้านอย่างพวกเรา(รวมถึงผมด้วย) มักเข้าใจผิดว่าเป็นจากนอนผิดท่า ตื่นมาเลยมีอาการดังกล่าว แต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดจากกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานเป็นเวลานานโดยไม่ได้พัก และเราก็ไม่ได้ยืดหรือผ่อนคลายกล้ามเนื้อเหล่านั้นเลย ทำให้เกิดการบาดเจ็บของกลุ่มกล้ามเนื้อดังกล่าว หากเป็นมากอาจถึงขั้นปวดมากขยับตัวไม่ได้รวมถึงมีอาการชารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้

ภาพแสดงพยาธิสภาพของเส้นใจกล้ามเนื้อเมื่อจำเป็นต้องหดตัวและอยู่นิ่งเป็นเวลานาน(ภาพขวามือ) เปรียบเทียบกับเส้นใยกล้ามเนื้อในสภาวะปกติ(ภาพซ้ายมือ)

นอกจากระบบกระดูกและกล้ามเนื้อแล้ว ระบบการมองเห็นอาจเสื่อมสภาพลงได้โดยกระจกตาเสียสภาพการยืดหยุ่นจากการเพ่งนาน จอประสาทตาเสื่อมจากการรับแสงของจอคอมพิวเตอร์ที่มากเกินไป ทำให้ตาพร่ามัวได้

ระบบไหลเวียนโลหิตเสื่อมสภาพลงจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้รับการฝึกฝนออกกำลังกาย หลอดเลือดดำอุดตันทำให้เกิดเส้นเลือดขอด หรือหลอดเลือดดำใหญ่อุดตันจากก้อนเลือดได้ซึ่งภาวะดังกล่าวส่งผลร้ายต่อระบบอื่นในร่างกายต่อไป

ระบบทางเดินปัสสาวะ เราสามารถพบโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และ กรวยไตอักเสบในผู้ที่เป็น office syndrome ได้ เนื่องจากการอยู่นิ่งเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดปัสสาวะค้างนิ่งในระบบทางเดินปัสสาวะตั้งแต่กรวยไตลงมาถึงกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งผู้ทำงาน office มักไม่ค่อยดื่มน้ำอย่างเพียงพอเป็นสาเหตุให้เชื้อโรคประจำถิ่นบริเวณทางเดินปัสสาวะส่วนปลายมีมากเกินไปจนก่อโรคได้

qwqw123213
ผลจากท่าทางที่ผิดปกติในการทำงานทำให้กระทบต่ออวัยวะหลายๆระบบในร่ายกาย

ในผู้ทำงาน office บ่อยครั้งไม่ค่อยไปปลดทุกข์ทั้งที่มีอาการปวดเล็กน้อย เนื่องจากติดงานที่ทำต่อเนื่องอยู่ หรือ สุขาในที่ทำงานไม่สะดวกให้ใช้บริการ เช่นไม่สะอาด มีผู้ใช้หนาแน่นต้องต่อคิวนาน สาเหตุเหล่านี้ทำให้เกิดการอั้นอุจจาระและเป็นเหตุให้เกิดภาวะท้องผูก เกิดริดสีดวงทวาร หรือแผลที่ทวารหนักได้

ผู้ทำงาน office มักต้องเผชิญกับปัญหาความเครียดจากการทำงาน ไม่ว่าจะมาจากปริมาณงานที่มาก เวลาทำงานที่น้อย หัวหน้างานเข้มงวด หรือเราแบ่งเวลาไม่ถูกก็ตาม ความเครียดจากเรื่องเหล่านี้ทำให้สภาพจิตใจผู้ทำงานหดหู่ ไม่แจ่มใส ถ้าหากเป็นมากก่อให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวชเช่น โรคซึมเศร้า หรือ โรควิตกกังวลได้ ปัญหาสุขภาพจิตเหล่านี้ก็ตีกลับทำให้เกิดปัญหาทางกายได้เช่นอาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นประสาท ได้

ถึงจุดนี้ผู้อ่านคงได้รู้จักโรค office syndrom ไปไม่มากก็น้อย หากท่านที่ยังไม่มีอาการใดๆ แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรค Office Syndrome การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยการป้องกันสามารถทำได้คือ

  1. ปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงานให้เหมาะสม เช่น ไม่ก้มคอมากเกินไป หลังตรง คอมพิวเตอร์อยู่ระดับสายตา เอกสารที่อ่านหรือทำงานมีขนาดอักษรที่เหมาะสมไม่รู้สึกต้องเพ่งเกินไป ระดับโต๊ะทำงานอยู่ระดับข้อศอกผู้ทำงาน เก้าอี้หลังตรงปรับเอนได้ตามอัธยาศัย แสงสว่างเพียงพอ และมีต้นไม้หรือสิ่งอื่นให้มองดูนอกจากเอกสารหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์
  2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเราเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยืดเส้น เปลี่ยนอริยาบทเมื่อรู้สึกว่าอยู่ในท่าทางการทำงานเดิมๆนานเกินไป หากิจกรรมอื่นเพื่อเป็นการผ่อนคลาย

ในรายละเอียดการปฏิบัติตัว และเทคนิคในการยืดเส้น ผมจะได้กล่าวในตอนต่อไป หวังว่าทุกท่านจะทำงานอย่างเป็นสุข และมีความสุขกับการทำงานนะครับ

หมอกระดูกหมี

 

2 Comments

  1. หลังจากอ่านบล๊อกคุณหมอแล้วรู้สึกไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมารักษาถูกอาการรึเปล่านะคะ คุณหมอ(คนเดิม) วินิจฉัยว่าเป็น office syndrome ให้รักษาด้วยการทำกายภาพ แต่ปัจจุบันทำกายภาพด้วยเครื่องอัลตร้าซาวมาเกือบ 20 ครั้ง อาการบรรเทาแต่ไม่หายขาด เหมือนการทำกายภาพแค่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย อยากจะขอรบกวนถามความคิดเห็นคุณหมอหน่อยค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    Like

    1. คำว่า office syndrome จะหมายความรวมถึงความผิดปกติหลายระบบดังในบทความครับ ในส่วนระบบกล้ามเนื้อและกระดูกจะมีอาการปวดตึงโดยทางการแพทย์จะแบ่งเป็น 3 ระยะนะครับ

      ระยะ1 จะรู้สึกล้า เมื่อย ตึงๆอย่างบอกไม่ถูก พักจะดีขึ้น ทำงานเป็นอีก
      ระยะ2 ปวด ตึง หลายครั้งแสดงออกเหมือนปวดหัวไหล่ เมื่อขยับหัวไหล่จะปวดมาก ระยะนี้ เมื่อทานยาแก้ปวด ลดงาน อาการจะดีขึ้นแต่มักไม่หาย
      ระยะ3 กล้ามเนื้ออักเสบหดตัวเป็นก้อน ก่อให้เกิด taut band เป็นก้อนแข็งเจ็บกล้ามเนื้อแม้เวลาพัก รบกวนการนอนเนื่องจากปวด และมีอาการชาได้

      อาการดังกล่าวมักพบมากที่ต้นคอด้านหลัง หัวไหล่ด้านหลัง สะบัก และแผ่นหลังส่วนบน แต่ส่วนอื่นก็พบได้ขึ้นกับลักษณะงานครับ เช่นหลังช่วงล่างหรือเอว ซึ่งจะปวดมาก น่องที่พบว่าสะดุ้งตื่นมาเป็นตะคริวกล้ามเนื้ออักเสบก็เป็นสาเหตุหนึ่งครับ

      ที่ถามเรื่องการรักษาโดยอัลตราซาวน์ ในทางการแพทย์ถือเป็นหนึ่งในการรักษานะครับ มักให้ผลดีกรณีเป็นเรื้อรังและไม่ได้มีการอักเสบแบบเฉียบพลันทับซ้อนอยู่ ส่วนผลการรักษาถ้ายังไม่หายดีควรมองหาปัจจัยอื่นร่วมด้วยครับ เช่น
      1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน ความสูงของโต๊ะ เก้าอี้ ระยะคอมถึงสายตา
      2. ร่างกายเราเอง การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ การออกกำลังกายที่เหมาะกับโรคนี้คือ stretching exercise และ aerobic exercise ผมชอบลิ้งค์นี้นะครับ สอนใช้ได้ เพลงเพราะ ภาพโอเค http://youtu.be/CaPRFm3EZWY http://youtu.be/Ub8afedu5GQ
      3. จิตใจ ความเครียด วิตกกังวล เศร้าเสียใจเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคดังกล่าวและอีกหลายๆโรคครับ ทำจิตใจให้ผ่องใจ ถ้าเริ่มรู้สึกเครียดหรือวิตกในงาน อาจต้องหยุดพักทำอย่างอื่นก่อนกลับมาเมื่อจิตใจพร้อมขึ้น. เรื่องนี้คงสอนกันไม่ได้คุณ Gippu ต้องศึกษาและหาทางแก้ที่เหมาะกับตนเองครับ ขอให้หายจากความเจ็บป่วย สุขภาพแข็งแรงนะครับ

      กระดูกหมี

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.